reviewnung.com


สมัครUFABET

สมัครเล่นบาคาร่า

สมัครแทงบอล

สมัครแทงไก่ชน

สมัครเดิมพันวัวชน

สมัครเดิมพันสนุกเกอร์

สมัครแทงมวย

สมัครแทงหวยออนไลน์

สไปเดอร์เฮด Spiderhead โปรเจกต์เน็ตฟลิกซ์แนวไซไฟ

By adminnung เวลา 20 มิถุนายน 2022 6:28 am

ป้ายกำกับ:

สไปเดอร์เฮด Spiderhead โปรเจกต์เน็ตฟลิกซ์แนวไซไฟที่น่าสนใจ

เรื่องย่อ สไปเดอร์เฮดเป็นสถานที่จองจำเอกชนซึ่งทำข้อตกลงกับตารางรัฐบาลสำหรับการนำผู้ต้องขังคดีร้ายแรงมาทดลองยาที่กำหนดอารมณ์แบบต่างๆได้แลกกับการขอลดโทษให้พวกผู้ต้องขัง เจฟฟ์เป็นชายที่มีเงื่อนในยุคเก่าแล้วก็อาสาสมัครเข้ามาทดลองนี้ โดยมีหัวหน้าผู้คุมอย่างสตีฟและผู้ช่วยอย่างมาร์คคอยดูแลการทดลอง หลายคราวการทดลองเอามาสู่เส้นเสี่ยงทางศีลธรรม และหลายทีมันก็ใกล้เคียงกับการประหารด้วยด้วยเหมือนกัน

หนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องนี้นับเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจในทางการจับกลุ่มของผู้สร้าง ทั้งยัง โจเซฟ โคสินสกี (Joseph Kosinski) ที่พึ่งพิงมีผลงานหนังที่ปีไปใน Top Gun: Maverick (2022) แม้ตัวเขาเองจะมีผลงานไม่กี่เรื่องแม้กระนั้นน่าสนใจว่าอยากได้รับโปรเจกต์แอ็กชันไซไฟทุนสูงที่ตามติดกับนักแสดงใหญ่ๆอยู่เสมอ

แล้วก็สำหรับหนังประเด็นนี้เป็นการนำเรื่องสั้นแนวไซไฟจิตวิทยาสยองขวัญชื่อ Escape from Spiderhead ที่อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชื่อ Tenth of December ของ จอร์จ ชอนเดอร์ส (George Saunders) มาดัดแปลงผ่านคู่ซี้มือเขียนบทผู้ปั้นแฟรนไชส์ Deadpool และจากนั้นก็ Zombieland และหนังเน็ตฟลิกซ์ 6 Underground (2019) อย่าง เรตต์ รีส (Rhett Reese) และก็ พอล เวอร์นิก (Paul Wernick) ซึ่งเราก็แอบหวังความสะแด่วในบทดังเช่นผลงานเดิมที่เขาเคยทำมา

เว็บรีวิวหนังใหม่-2022

ฝั่งนักแสดงนำยังได้ คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) หรือเทวดาธอร์มารับบท สตีฟ ผู้คุมการทดลองหนุ่มมากเสน่ห์และลึกลับ ดังต่อไปนี้เฮมส์เวิร์ธเองยังควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างร่วมของหนังด้วย เป็นอีกเรื่องที่เห็นได้ว่าเฮมส์เวิร์ธตั้งใจเสนอผู้แสดงนี้ไม่น้อยทีเดียว ฝั่งดาราภาพยนตร์ที่จะจำต้องมาติดตามแบกเรื่องไปด้วยกัน อย่างดาราเจฟฟ์ก็ได้ตัวละครมากไม่น้อยเลยทีเดียวความรู้ความเข้าใจใบหน้าซื่อซึมเซาอย่าง ไมล์ส เทลเลอร์ (Miles Teller) มารับบท

เมื่อมองดูจากองค์ประกอบที่ว่ามาก็เลยเป็นหนังที่เน็ตฟลิกซ์ก็แม่น้ำคงคาดหวังความสำเร็จอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างหนึ่งเป็นคู่คิดมือเขียนบท ที่แม้ว่าจะเคยมีงานสยองขวัญในยานอวกาศอย่าง Life (2017) มาบ้าง ถึงแม้ว่าก็เรียกได้ว่าความพิเศษของพวกเขาไม่ได้เหมาะสมกับหนังที่ฉากพื้นที่จำกัด ศิลปินไม่กี่ตัว และจากนั้นก็ข้อความสำคัญจิตวิทยาแบบพวกเรื่องสั้นนัก ยิ่งแทบไม่ต้องใช้ความตลกขบขันในเรื่องเลยด้วยนี้ยิ่งรู้สึกเสียดายความขำขันสายปั่นของทั้งคู่เป็นอย่างยิ่ง หนังเป็นการเล่าความรู้สึกนึกคิดของดาราหนังเจฟฟ์ที่ตกอยู่สำหรับการทดลองหนึ่งซึ่งมีความแปลกประหลาดหลายแบบราวกับการทดลองทางจิตวิทยาในหนังสือเรียนที่เราเคยผ่านตามา ผู้ถูกทดสอบจำเป็นต้องเลือกวิเคราะห์เคราะห์กรรมของคนอื่นๆ โดยมีตัวแปรเรื่องของการให้ยาที่เปรียบเทียบไปว่าอารมณ์ความรู้สึกของคนที่แสดงออกมาก็เสร็จจากสารเคมีที่สมองหลั่ง แล้วตัวตนหรือความตั้งอกตั้งใจอิสระของเราจะมีอยู่ใช่หรือเปล่าแม้เราเป็นแค่เพียงบ่าวของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีในสมอง

หนังเดินหน้าด้วยการใส่คอนเซ็ปต์แล้วก็ความรู้สึกนึกคิดตามแบบเรื่องสั้นของชอนเดอร์สที่เล่ามาในย่อหน้าบนอย่างสุจริตจนกระทั่งขาดลูกเล่นยั่วยวนใจในแบบหนัง รวมทั้งที่แย่ไปกว่านั้นเป็นเลือกเปลี่ยนตอนสุดท้ายของเรื่องสั้น (ซึ่งในหนังเป็นฉากการทดลองของนักแสดงหญิงคนหนึ่งที่มาถึงครึ่งเรื่องพอดี) ให้ต่อขยายออกไปอีกและอุตสาหะสร้างบทสรุปใหม่ ให้เปลี่ยนจากหนังดราม่าไซไฟที่เข้มข้นด้วยจิตวิทยาและการเสนอคำถามเชิงปรัชญา ไปสู่หนังแอ็กชันธริลเลอร์ที่แข็งทื่อแล้วก็ขาดความเฉียบคมไปแทน

เราไม่มีปัญหากับการแสดงของทั้งเฮมเวิร์ธที่อุตสาหะไปกับบทที่ไม่ค่อยส่งเขานัก แล้วหลังจากนั้นก็ชื่นชมการถ่ายทอดของเทลเลอร์ที่แบกหนังไปด้วยได้แม้ว่าจะไม่ได้มีความคิดว่าเป็นบทที่ท้าทายอะไรเขาด้วยเหมือนกัน ประมาณว่าเขาก็เล่นเป็นตัวเองไปได้เลย ด้วยเหตุฉะนี้ปัญหาที่หนังเป็นก็เลยมาจากวิธีการพรีเซ็นท์ที่อุตส่าห์เลือกต้นน้ำชั้นยอดมาจากเรื่องสั้นที่เด่นในการเสนอเชิงลึก แม้กระนั้นผู้กำกับกับคนเขียนบทดันต้องการจะเล่าในแบบหนังตลาดซึ่งมันไม่ควรเอาการสั้นนี้มาทำตั้งแต่ทีแรกมากกว่า เทียบเคียงไปเสมอเหมือนถ้าหากมีคนใดปรารถนารีเมก 2001 A Space Odyssey ถึงแม้ว่ามีปัญหาเสนอว่าขอให้สนุกสนานแบบหนังมาร์เวลให้ขายง่ายปัญหาเป็นแล้วจะไปรีเมกงานปรัชญาแบบนั้นเพราะเหตุใดตั้งแต่ตอนแรก คิดบทใหม่รวมถึงต้นแบบการนำเสนอใหม่เองเลยดีมากยิ่งกว่าไหม ฉากบทสนทนาที่ถ้าหากเขียนได้คมคายจะเป็นการนำเสนอหลักสำคัญปรัชญาหรือเพิ่มจุดกระตุกคิดได้น่าสนใจมากมายก่ายกอง แต่หนังก็ไม่มีอะไรเท่าไรนัก หรือถ้าหากจำเป็นต้องแนวทางการทำหนังมองดูสนุกสนานมีกระตุ้นความรู้สึกนึกคิดหน่อยก็ควรดูสนุกสนานจริงๆไม่ใช่นำเสนอแบบบททำลวกๆแบบงี้ อย่างฉากที่ผู้แสดงนำฝ่ายควรต้องหนีแล้วมาเจอผู้ต้องขังจอมตระกลามถืออาวุธมาขวาง ก็แค่พูดจาว่าห้องเก็บของรับประทานอยู่ทางไหนรวมทั้งสิ้นสุดกันไป