26 มกราคม 2021

Border Town

Border Town เมืองมรณะ  เชอร์ล็อคโฮมแห่งฟินแลนด์

Border Town เมืองมรณะ ซีรีส์น้ำดีจากประเทศฟินแลนด์ เรื่องราว ดูหนังออนไลน์ ของนักสืบอาวุโสมากความสามารถที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย จึงย้ายจากในเมืองมาประจำการยังบ้านเกิดของภรรยาเขา แต่ความเรียบง่ายก็ไม่เป็นดังหวังเมื่อเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นจนเขาต้องเข้าไปพัวพัน ในขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเอาไว้ให้ได้

รีวิว Border Town เมืองมรณะ Season 1

นี่คืออีก 1 ซีรีส์สืบสวนสอบสวนในแบบที่ว่า ถ้าใครชอบแนวโคนัน คินดะอิจิ เชอร์ล็อคโฮมล่ะก็ไม่ผิดหวัง เพราะ 1 ซีซั่นจะมีหลายคดีให้เราได้ติดตามและลุ้นไปพร้อมๆ กับตัวเอกของเรา คารี โซโยเนน

Border Town

โซโยเนนเป็นนักสืบจากเมืองใหญ่ ที่ย้ายเข้ามายังเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า แลปเปรันตา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ ห่างจากรัสเซียเพียง 30 กิโลเมตร เป็นเมืองชายแดนตามชื่อเรื่อง Border Town ซึ่งเมืองที่ดูเหมือนจะสงบสุขนี้ กลับมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นมากมาย และบางคดีก็ดันไปเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลของเมือง ทั้งนักธุรกิจและนักการเมือง

ในคดีแรกชื่อว่า บ้านตุ๊กตา เป็นคดีของการค้าประเวณีเด็กสาวในเว็บมืด ที่กลายเป็นการฆาตกรรมอำพราง จนทำให้อดีตเจ้าหน้าที่ FSB ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ลงมาตามสืบเพื่อหาความจริง

Border Town

เราจะได้เห็นว่า นักสืบโซโยเนน ทำงานสืบสวนอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่มีบุคลิกชัดเจน เขาจะเป็นคนประเภท Perfectionist และดูเป็นอัจฉริยะ ที่สามารถอนุมาน และปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อสืบหาคนร้ายตัวจริงในคดีได้ ซึ่งเขาจะมีวิธีการดึงความทรงจำด้วยการสร้างห้องจำลองข้อมูลในหัว แต่คาแรคเตอร์ของเขาก็จะไม่ได้จัดจ้านแบบซีรีส์ Sherlock ที่ Benedict Cumberbatch แสดงขนาดนั้น จะออกไปทางเรียลๆ มากกว่า

การดำเนินเรื่องจะมีอยู่ 2 พาร์ทหลักๆ คือเรื่องราวของคดี และเรื่องราวของครอบครัวตัวละครที่โซโยเนนต้องบริหาร จัดการเวลา เพราะเขาย้ายมาทำงานในเมืองเล็กๆ นี้ เพียงเพื่อหวังว่าจะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ามันมีคดีที่น่าปวดหัวจนเขาต้องดึงความอัจฉริยะของเขามาใช้จนถึงขีดสุดเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราวในพาร์ทชีวิตของตัวละครแต่ละตัว มันเชื่อมโยงเข้ากับตัวคดีได้อย่างไม่น่าเบื่อเลย ถือว่าเป็นข้อดีมาก และการดำเนินเรื่องสืบคดีก็รู้สึกว่ามีแต่เนื้อเน้นๆ เล่าเรื่องให้เราลุ้น และสงสัยไปกับตัวคดี ไม่มีการออกนอกลู่นอกทางให้เรื่องยืดเยื้อหรือน่าเบื่อเลย

ความน่าสนใจต่อมาก็คือตัวเมืองในฟินแลนด์ ที่น่าจะมีการก่ออาชญากรรมน้อย แต่เบื้องหลังนั้นกลับมีปัญหาหลายๆ อย่างที่ถูกปกปิด ซ่อนไว้โดยผู้มีอิทธิพล อารมณ์เหมือนเป็นพวกองค์กรชุดดำในโคนัน แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดนั้น เพราะในเรื่องเราจะเห็นหลายๆ คดี มีความเชื่อมโยงไปยังคนกลุ่มนี้ตลอดๆ

อีกอย่างหนึ่งคือการดำเนินเรื่องที่ แม้จะเป็นซีรีส์ที่จบไปเป็นคดีๆ แต่คดีที่จบ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเหยื่อ ผู้เกี่ยวข้อง หรือของตัวครอบครัวนักสืบจะจบ มันจะดำเนินต่อกันไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นความเครียดจากการทำงาน หรือความสัมพันธ์ของครอบครัวจากคนที่เคยเป็นเหยื่อ หรือการร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่ FSB กับตำรวจที่ได้กลายมาเป็นตัวละครหลักอีกตัวนึงที่น่าสนใจมาก เพราะเธอเป็นผู้เสียหายจากคดีแรกของเรื่อง เธอคนนั้นคือ เลนา ย๊ากโคลา

Border Town

ตัวละครเลน่านั้นปรากฏตัวตั้งแต่ตอนแรก เพื่อสืบหาเกี่ยวกับการหายตัวไปของลูกสาว เธอเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ FSB (Federal Security Service) หน่วยความมั่นคงกลาง หรือหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลรัสเซีย เป็นตัวละครหญิงวัยกลางคนที่จัดจ้านมาก ทั้งเรื่องของการสืบคดี และการลงพื้นที่ปฏิบัติ สมกับคำว่าโหดสัสรัสเซียมาก แถมยังมีปูมหลังลึกลับที่ค่อยๆ เฉลย เป็นสีสันในเรื่องที่น่าติดตามและทำให้เรื่องสนุกมากขึ้น

มาดูกันที่แต่ละคดีในซีซั่นแรก หลังจากคดีบ้านตุ๊กตา จะมีอีก 3 คดี ดังนี้

  • ดราก้อนฟลาย คดียาเสพติดที่ทำให้คนเสพถึงตาย และการตายปริศนาของ เจ้าหน้าที่ กปปส. ที่เกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มนักกรีฑาอนาคตไกล
  • ความเดือดดาล ตอนนี้จะมี 2 คดี 1 คือคดีแปลกที่ผู้หญิงเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างปริศนา ผู้หญิงเหล่านั้นมีปูมหลังเหมือนกันคือเป็นนักกีฬา และ 2 คือคดีการจัดการแข่งสุนัขขึ้นอย่างผิดกฏหมายในเมือง ซึ่งนักสืบโซโยเนนที่เห็นถึงความไม่ปกติที่อาจจะเชื่อมโยงสองคดีที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันนี้
  • หญิงสาวในทะเลสาบ คดีประหลาด เมื่อเจ้าหน้าที่ได้พบเจอหญิงสาวถูกขังเอาไว้ในกรงใต้น้ำประมาณ 3 วัน แต่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อท่อหายใจลงใต้น้ำ ทำให้ทีมสืบสวนต้องพบกับความท้าทายครั้งใหม่ และต้องสืบหาสาเหตุว่าใครเป็นคนทำ
  • จุดจบ คดีใหญ่ปิดท้ายซีซั่นแรกที่เข้มข้นอย่างมาก เมื่อยานีนา ลูกสาวของโซโยเนน ตื่นขึ้นมาพร้อมกับศพบนเรือ ทำให้เธอต้องถูกจับกุมเพราะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม โซโยเนนต้องหาทางช่วยลูกสาวให้พ้นผิดและตามหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้

แต่ละคดีอาจจะดำเนินเรื่องไป และไม่ค่อยมีการพลิกผันอะไรมาก เพราะตัวซีรีส์เองจะนำเสนอทั้งฝั่งมุมองของนักสืบและของตัวคนร้ายไปพร้อมๆ กัน แล้วจะค่อยๆ เฉลยไปทีละนิด เฉพาะคดีแรกๆ ที่ยังดูง่าย แต่พอมาคดีหลังๆ เช่นตอน ความเดือดดาล ที่นำเสนอ 2 คดีที่ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน แต่ดันเกี่ยวกันอย่างไม่น่าเชื่อทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการไขคดีของพระเอก โดยเฉพาะในตอนสุดท้ายที่มันซับซ้อนหลายตลบ เมื่อโซโยเนนต้องสืบหาความจริงที่อาจจะนำไปสู่ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต เป็นตอน Finale ที่สนุกมากๆ

Border Town

ลืมบอกไปว่า ซีรีส์เรื่องนี้อยู่ในระดับ 18+ มีฉากศพ ฉากเปลือยที่จัดเต็มและไม่เซ็นเซอร์ใดๆ แต่ก็ไม่ได้ชวนแหวะมากเท่าไหร่ อยู่ในระดับที่รับได้

Border Town เมืองมรณะ Season 1 เป็นซีรีส์สืบสวนสอบสวนอีกเรื่องหนึ่งที่สนุกและดูเพลินมากๆ เพราะ 1 คดี มีประมาณ 2-3 ตอนเท่านั้น แต่ละตอนความยาวประมาณ 50 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ทำให้เหมาะที่จะเปิดดูในตอนว่างๆ ให้มันจบสักคดีหนึ่งก่อนเข้านอน แต่มันก็อาจจะทำให้คนดูเพลินจนต้องดูยาวๆ รวดเดียวให้จบ ก็ได้ ถ้าใครชอบแนวนี้ขอบอกเลยว่า ห้ามพลาด

รีวิว Border Town เมืองมรณะ Season 2

ในซีซั่นที่ 2 ของซีรีส์สืบสวนจากฟินแลนด์ ที่ยังคงความเข้มข้นในเรื่องราว และเพิ่มความซับซ้อนของแต่ละคดีที่เห็นได้ชัดยิ่งกว่าภาคแรก ทำให้มันดูสนุกขึ้นและลุ้น ชวนขมวดคิ้วและคิดตามนักสืบ คารี โซโยเนน ว่าเขาจะสามารถไขปริศนาของแต่ละคดีได้อย่างไร

ในภาคนี้ สิ่งต่างๆ ที่ครอบครัว เดเกอร์แมน กลุ่มผู้มีอิทธิพลในเมือง จะเข้ามามีบทบาทเชื่อมโยงไปยังคดีต่างๆ และจะได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังมากขึ้นในการทำธุรกิจของพวกเขาว่า ไม่ได้ใสสะอาดค่อนออกไปทางเทาๆ ซึ่งเนื้อเรื่องในส่วนนี้จะเป็นเรื่องรอง ที่ขมวดปมไว้ในแต่ละคดี เพราะมันจะมีจุดเชื่อมเล็กๆ ให้เราได้สงสัยตลอด

Border Town

ยังคงการเล่าเรื่องในแบบ 2 ตอน ต่อ 1 คดีเอาไว้ ซึ่งซีซั่นนี้ มี 10 ตอนจบ เท่ากับว่ามี 5 คดี ดังนี้

  • บริหารห้านิ้ว คดีที่แม่ลูกคู่หนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในรถ ผู้ต้องสงสัยคือสามีเก่าที่ชอบใช้ความรุนแรงของเธอ แต่คารี กับเลน่า รู้สึกว่าคดีนี้มีเบื้องลึกมากกว่าที่คิด ในตอนนี้เราจะได้เห็นอดีตของเลนา ว่าเธอคือใคร ทำงานอะไรมาก่อน รวมไปถึงอดีตของเธอกับลูกสาวอีกด้วย เป็นคดีสำคัญคดีหนึ่ง ที่จะเชื่อมโยงไปยังตอนคดีจบของซีซั่นนี้
  • พิธีกรรมแห่งฤดูใบไม้ผลิ ครั้งนี้ คารี โซโยเนนต้องสืบ เค้นหาความจริงกับผู้ดูแลศูนย์รับเลี้ยงเด็กว่า ทำไมถึงมีตัวอ่อนทารกมาอยู่ในชั้นใต้ดินของเธอ เธอปิดบังอะไรเอาไว้กันแน่ ในคดีนี้เป็นตอนที่เรียกได้ว่า อึดอัด เพราะคนที่รู้เบาะแส ความจริงทุกอย่าง กลับปิดปากเงียบและไม่พูดจนทำให้คนดูอย่างเราต้องปวดหัวตามตัวเอกไปด้วย ซึ่งมันกลายเป็นความหักมุมแบบไม่คาดคิด
  • เปลแมว คดีสะเทือนขวัญที่ทำให้ชาวแมืองต้องตกอยู่ในความหวาดผวา เมื่อมีมือปืนสไนเปอร์คอยซุ่มยิงผู้คนอยู่ ทำให้ผู้คนทั้งเมืองไม่กล้าออกมาข้างนอกบ้าน ในขณะเดียวกันก็เป็นครั้งแรกที่ นิโก ตัวละครหลักอีกตัวในทีมสืบสวน ลงมาทำคดีเพราะคารีกำลังลาพักงานเพื่อที่จะใช้เวลาอยู่กับภรรยาที่อาการเนื้องอกในสมองกำเริบ คดีนี้ดูสนุก และลุ้นในพาร์ทจบของคดีนี้มากๆ เพราะนอกจากจะเป็นการไขคดี จะมีฉากทริลเลอร์ ช่วยตัวประกันในตอนจบด้วย
  • นางดูดเลือด เมื่อบล็อคเกอร์สาวดันไปค้นพบศพที่ติดอยู่ในผนังบ้านเช่าของเธอ ทำให้ทีมสืบสวนต้องรื้อคดีเก่าๆ มาสืบหาความจริงใหม่ แถมบล็อคเกอร์สาวยังค้นพบว่าอาจจะมีสตอลค์เกอร์คยตามเธออยู่ คดีนี้ขอบอกเลยว่า เป็นคดีที่น่าขนลุกมาก เพราะตัวร้ายในคดีคือโรคจิตขนาดแท้ที่แฝงตัวอยู่ จะเป็นใครต้องไปลุ้นในซีรีส์
  • ไร้เงา คดีสุดท้ายปิดซีซั่นที่เข้มข้นและดุเดือด เมื่อลูกชาย 2 คน ของทนายความในคดีบริหารห้านิ้ว ต้องการหาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับแม่ แต่พวกเขาก็ดันเป็นพวกบ้าๆ บุกเข้าไปในบ้านของคารี โซโยเนน และใช้ปืนขู่ทั้งครอบครัวให้เขาช่วยสืบหาคดี ในตอนนี้จึงกลายเป็นภารกิจช่วยตัวประกัน พร้อมกับไขคดีไปด้วย ซึ่งเรื่องราวก็จะเชื่อมไปยังอดีตของเลนาที่เธอต้องสะสาง รวมไปถึงปมบางอย่างของธุรกิจของผู้มีอิทธิพลที่ปูดออกมา เป็นคดีแรกที่มีความเชื่อมโยงกันตรงๆ ในซีรีส์เรื่องนี้ และเป็นตอนปิดซีซั่นที่ยังทำได้ดีมากเหมือนภาคที่แล้ว

Border Town

ซีซั่นนี้ต้องยอมรับเลยว่าสนุกทุกคดี ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ปมหลายชั้นที่นำไปสู่จุดจบที่หักมุมแทบจะทุกตอน แม้บางตอนเรารู้สึกได้ว่า แรงจูงใจของตัวผู้ร้ายเองมันเบาบางไปนิดหนึ่ง แต่เป็นแค่บางคดีเท่านั้น โดยรวมยังถือว่าทำดีมาก รักษามาตรฐานคงเส้นคงวา เพิ่มเติมดราม่าของทางเนื้อเรื่องในฝั่ง เปาลีน่า เมียพระเอกที่ทำงานให้กับพวกนักธุรกิจสีเทาๆ ในเมือง แม้ว่าเนื้อเรื่องส่วนนี้จะดูเรียบๆ เฉยๆ ไม่มีอะไรให้ลุ้น แต่ก็ช่วยขยายเรื่องราวที่เชื่อมไปยังจุดเล็กๆ ในคดี ได้อย่างดีเลย

เราจะได้เห็นแฟลชแบคของตัวเอก และความเป็นมนุษย์ของ คารี โซโยเนน ว่าเป็นนักสืบอัจฉริยะที่เก่งกาจในด้านการใช้ความคิดมาก แต่ก็เป็นคุณพ่อและสามีที่ห่วยแตกสุดๆ ทำให้เรายิ่งดูแล้วรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น

นี่คือซีรีส์สืบสวนสอบสวนน้ำดี ที่หลายๆ คน อาจจะยังไม่รู้จัก เพราะเป็นซีรีส์ฟินแลนด์ ไม่ใช่ของอเมริกาด้วย คนอาจจะไม่คุ้นชื่อ ถ้าหากใครชอบแนวสืบสวนสอบสวนแล้วเลื่อนผ่านเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าพลาดมากจริงๆ และในตอนจบของ SS2 แม้คดีจะไขได้ แต่เราก็ไม่รู้ชะตากรรมของตัวละครแต่ละตัวจะเป็นอย่างไร ต้องไปลุ้นใน Season 3 ที่จะมาถึงในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ Asobi Asobase

 

 

ติดตาม Reviewnung ได้ที่นี่
—————————————————————