reviewnung.com


สมัครUFABET

สมัครเล่นบาคาร่า

สมัครแทงบอล

สมัครแทงไก่ชน

สมัครเดิมพันวัวชน

สมัครเดิมพันสนุกเกอร์

สมัครแทงมวย

สมัครแทงหวยออนไลน์

Emergency Declartion ลุ้นระทึกตื่นตาตื่นใจทั้งเรื่อง

By adminnung เวลา 4 สิงหาคม 2022 8:17 am

ป้ายกำกับ:

รีวิวซีรีส์ Emergency Declartion ลุ้นระทึกตื่นตาตื่นใจทั้งเรื่อง พล็อตดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

แน่นอนว่า พล็อตดีมีชัยไปกว่าครึ่งขอรับ ที่เหลือก็เป็นองค์ประกอบอื่นๆอย่างเช่น เค้าเรื่องถูกนำไปขยายเป็นบทภาพยนตร์ที่ดี ผู้กำกับมือถึง ศิลปินมีฝีมือ โปรดักชันดี และที่สำคัญทุนสร้างที่เพียงพอ ซึ่งที่ รีวิวหนังออนไลน์ กล่าวมาทั้งหมดนี้ Emergency Declartion มีครบนะครับ หนังมีพล็อตเริ่มที่น่าสนใจ มิจฉาชีพโรคทางจิตแอบเอาเชื้อไวรัสอันตรายถึงชีวิตซุกซ่อนขึ้นเครื่องบิน โดยหวังก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงแบบสละชีวิต ก็เลยเลือกเอาเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารเยอะมากๆรวมทั้งยินยอมเลือกเที่ยวบินจากโซล ไปฮอนโนลูลู ที่มีผู้โดยสารกว่า 150 ชีวิต เมื่อเริ่มหนทาง ก็กลายเป็นความวุ่นวายบนเครื่องบิน ผู้โดยสารรวมทั้งลูกเรือต่างทยอยตาย ที่เหลือก็อยู่ในอาการอกสั่นขวัญแขวน เนื่องมาจากจึงควรลุ้นให้ตัวเองรอดตายไม่ติดเชื้อเชื้อไวรัสตายไปก่อนจะเครื่องจะลงหยุด แล้วก็ยังจำเป็นต้องลุ้นให้เครื่องลงหยุดได้โดยสวัสดิภาพ เพราะกัปตันและผู้ช่วยนักบินก็ทยอยติดเชื้อกันไปทีละคนที่จริงแล้ว พล็อตที่ว่าด้วยสถานะการณ์เร่งด่วนในสถานที่ล้อมนี่สร้างเป็นหนังได้สนุกสนานเสมอ หากผู้กำกับไม่อ่อนด้อยประสบการณ์เกินจำเป็นนักนะ แล้วยิ่งเรื่องนี้กำหนดให้สถานที่ล้อมในเรื่อง เป็นเครื่องบินที่อยู่กลางอากาศอีกด้วย แล้วยิ่งมีผู้ร่วมโชคชะตานับร้อยคน เหตุยิ่งชักชวนระทึกเข้าไปใหญ่ พล็อตเริ่มก็รู้สึกว่าน่าสนใจแล้ว พล็อตรองที่เพิ่มอีกเข้าไปก็ยิ่งเสริมเรื่องราวให้น่าติดตามมากขึ้นไปอีก ทำให้หนังสามารถเล่าราวคู่ขนานกันไปได้ อีกทั้งบนเครื่องบิน และก็บนพื้นปฐพี

บนเครื่องนั้น ผู้ที่เล่นบทสำคัญเป็น แจฮยอก ป๊ะป๋าที่กำลังพาลูกสาวไปรักษาโรคเรื้อนกวางที่ฮาวาย เล่นบทโดย อีบยองฮอน ผู้แสดงนำชายประเทศเกาหลีที่ได้โกอินเตอร์ไปฮอลลีวูด ใน G I Joe รวมทั้งซีรีส์ Squid Game เป็นบทที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นศูนย์กลางของเรื่อง หากแม้เขาจะเปิดตัวโดยที่ผู้ชมไม่เคยรู้ความเป็นมาว่าเขาเป็นคนไหนกันแน่มาจากไหน ถึงแม้ก็เริ่มหยอดปัญหาน่าสงสัยเมื่อ ผู้ช่วยนักบินฮยอนซู เปิดเผยว่าเคยรู้จักกับเขารวมทั้งมีความโกรธแค้นกันรุนแรง จนกว่าหนังเผยตัวตนของแจฮยอกในตอนกลางเรื่อง และตัวตนของเขาก็ถูกนำไปใช้คุณค่าได้อย่างดียิ่งในองก์สุดท้ายของเรื่อง ส่วนภาคพื้นดินนั้น หน้าที่สำคัญเป็นของ อินโฮ เล่นบทโดย ซงคังโฮ ที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นหน้าเขากันดีจากบทบิดาใน Parasite นายสิบอินโฮนั้นเป็นคนแรกที่มีความคิดริเริ่มระแคะระคายว่าจะมีเหตุวุ่นวายบนเครื่องบิน และจากนั้นก็เริ่มลงมือไต่สวนด้วยตัวเอง ตราบจนกระทั่งเจอตัวตนของ จินซอก โจรโรคทางจิตผู้ก่อเหตุ รวมทั้งเป็นตัวหลักที่จะอุตสาหะหายารักษาเชื้อไวรัสเพื่อช่วยชีวีตภรรยาที่บังเอิญอยู่บนเครื่องนั้นด้วย

รีวิวซีรีส์-Emergency-Declartion

อย่างที่เกริ่นไปว่า บทภาพยนตร์ขยายความออกมาดี ซึ่งประเด็นนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ ฮันแจขอบ ผู้กำกับที่เหมารวมหน้าที่เขียนบทเองด้วย ถึงแม้ว่า The King ผลงานก่อนหน้าของเขาเมื่อปี 2017 จะไม่มีเกียรติศักดิ์นัก แต่ค่ายหนังก็กล้าทุ่มเงินล้นหลาม 28,000 ล้านวอน หรือราว7,xxxล้านบาท ให้เขามาละเลงเล่นออกมาเกิดเหตุนี้ ซึ่งงบประมาณส่วนหนึ่งส่วนใดก็หมดไปกับค่าจ้างนักแสดงแถวหน้าของวงการหนังประเทศเกาหลีใต้นี่ล่ะ ซึ่งบทของแจขอบก็สามารถเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายหน้าที่ประเด็นสำคัญให้กับดาราภาพยนตร์ทุกคนได้ถ้วนหน้า แต่ละคนก็มีซีนสำคัญของตนเอง รายที่ผมประทับใจสุดเห็นจะเป็น จินซอก ฆาตกรโรคทางจิตของเรื่อง บทนี้ได้ อิมชีวิตน ดาราภาพยนตร์ที่ผันตัวมาจากดาราวงบอยแบนด์ มารับหน้าที่ ในฐานะต้นกำเนิดหายนะของเรื่อง ชีวิตนทำหน้าที่นี้เจริญรุ่งเรืองล้นหลาม แสดงความโรคทางจิตออกมาทางท่าทางสายตาล้ำหน้า ดูน่าหวาดกลัวและปูอารมณ์ผู้ชมไปสู่นาทีที่ความสยองขวัญเจริญ

แม้หนังจะยาวถึง 2 ชั่วโมง 40 นาที แต่หนังก็ไม่ได้ปูความกันยาวเลย แค่เพียง 20 นาทีแรกก็พาผู้ชมไปสู่โหมดระทึกแล้ว พอเพียงผู้โดยสารคนแรกติดโรคเชื้อไวรัส หนังก็เหยียบคันเร่งเดินหน้าตลอด มีผ่อนค่อยบ้างเป็นระยะแต่ว่าไม่นานนัก ให้ผู้ชมได้ลุ้นกับวิกฤตการณ์บนเครื่อง ว่าผู้ใดกันจะตายผู้ใดกันจะรอดบ้าง แล้วยังจำเป็นที่จะต้องลุ้นว่าตอนท้ายแล้วเครื่องจะลงหยุดหาใช่เช่นนั้นไม่เสร็จไหม ระหว่างนั้นก็จำเป็นต้องลุ้นให้เครื่องไม่ตกอีก ฉากที่ระทึกที่สุดเป็นฉากที่เครื่องบินเสียการควบคุมแล้วกำลังตรงลงโหม่งโลก เป็นฉากที่ผู้สร้างถูกใจ กล้องนี่หมุนติ้วๆผู้โดยสร้างในเครื่องกลิ้งกันเทียวไปเทียวมาเป็นงานภาพที่ถ่ายทอดสถานะการณ์ข้างในเครื่องบินที่กำลังตรงได้สมจริงสมจังที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยเว้นเสียแต่ความระทึกบนเครื่องแล้ว เราก็ยังได้เบิกบานกับการไต่ถามของนายสิบอินโฮที่เดินพร้อมเพียงกัน ซึ่งต้องสืบหาต้นเหตุของเชื้อไวรัสอันตรายนี้แล้วหายารักษาให้ได้ทัน ก่อนจะเครื่องบินจะน้ำมันหมด แล้วร่วงลงโหม่งโลก ที่แทรกสอดเข้ามาระหว่างนี้ก็คือ เรื่องราวระดับการบ้านการเรือนมีอีกทั้งรัฐมนตรีการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งหัวหน้าศูนย์ดีขึ้นกว่าเดิมวิกฤตเร่งด่วน ที่อุตสาหะประสานงานไปต่างประเทศเพื่อขอนุญาตให้เครื่องบินลำนี้ได้ลงหยุด ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องประมือกับเสียงคัดค้านของพลเมือง ไม่ให้เครื่องบินลงหยุด ที่ตรงนี้ล่ะที่หนังจับเรื่องมนุษยธรรมเข้ามาเป็นปัญหากับผู้ชมรุ่งโรจน์ ว่าเรื่องแบบงี้คงจะคิดถึง 150 ชีวิตบนเครื่องที่มีความสำคัญในฐานะพ่อแม่พี่น้องลูกของอีกคนไม่ใช่น้อย หรือจะพิจารณาถึงความปลอดภัยระดับประเทศถ้าหากว่ายอมเครื่องลงหยุดแล้วควบคุมการแพร่ระบาดไม่อยู่

เพียงพอมีพล็อตที่ว่าด้วยวิกฤติในพื้นที่จำกัดแบบงี้ ที่ขาดไปไม่ได้ก็คือตัวละครที่เป็นตาลุงเห็นแก่ตัว อยากได้ฆ่าตัวเองรอด โดยไม่คิดถึงชีวิตคนอื่น และจากนั้นก็จะเป็นตัวละครที่ผู้ชมรังเกียจ แช่งให้ตายๆไปซะ แน่นอนว่าหัวข้อนี้ก็มีตัวละครแบบนี้ หากแม้ยังดีหน่อยที่บทหนังไม่ได้ให้เวลากับดารานี้มากเท่าไรนัก โผล่มาเพียงแต่เป็นน้ำจิ้มเล็กๆให้ผู้ชมหมั่นไส้เล่นอีกจุดที่อยากชมเชยเป็นดนตรีประกอบประเด็นนี้ จำเป็นที่จะต้องยกย่องว่ามีบทบาทเท่ากันศิลปินบทสำคัญอีกคนเลย ทำหน้าที่ส่งอารมณ์รุ่งเรืองล้นหลามโดยเฉพาะฉากตื่นเต้น Emergency Declartion จะมีจุดติเตียนก็ตรงองก์ในที่สุดนี่ล่ะ ที่ผ่อนคันเร่งลงเพื่ออัดดราม่าเข้ามาจนกระทั่งดูเนือยไปสักหน่อย แล้วเป็นระยะๆที่หนังเลย 2 ชั่วโมงมาแล้วด้วยเรียกว่าเป็นหนังที่ครบรสครับ ตื่นเต้น ไต่สวน แกล้มด้วยดราม่าพอควร งานภาพดี ดนตรีประกอบดี ดาราภาพยนตร์เด่น ซีจีเนียน หลังจาก Train to Busan มาก็มีปัญหานี้ล่ะ ที่ทำเป็นสนุกสนานลุ้นแบบจิกตีนในหลายๆฉาก จบได้สวยงามแล้ว ขออย่างเดียว หนังจบบริบูรณ์แล้ว อย่าสร้างภาค 2 เลย