28 กันยายน 2020

Guilt By Design

Guilt by Design สะกดจิต พลิกคดี


Guilt By Design  หนังฮ่องกงเมื่อปลายปี 2019 ที่ รีวิวหนัง มีพลอตน่าสนใจไม่น้อย แถมยังเข้าบรรยากาศกับข่าวในบ้านเราจำพวกคดีดังที่กลับผิดเป็นถูกกลับถูกเป็นผิดราวกับมีพลังเหนือธรรมชาติบันดลบันดาลได้ และหนัง Guilt By Design ก็สมมติเหตุการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ถ้าหนึ่งในคณะลูกขุนพยายามใช้การสะกดจิตและจิตวิทยาบงการพฤติกรรมความคิดลูกขุนคนอื่น ๆ เพื่อให้ตัดสินคล้อยตามที่เขาต้องการ

Guilt By Design

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทจากผู้กำกับหน้าใหม่ที่รวมพลังกัน 3 คนอันได้แก่ หลี่จ้าวจุน, ฉีป่อหลิน และ หลิวหย่งไท่ อาจด้วยเป็นผลงานแบบคนไฟแรงทำให้ได้พลอตเรื่องที่สดใหม่น่าตื่นตาตื่นใจ ในขณะเดียวกันก็พร่องด้วยความคึกที่ยังทำเส้นเรื่องโดยรวมไม่ค่อยกลมกล่อม มีความอยากโชว์ที่โดดเด้งจนหนังเสียรสอยู่เหมือนกัน แต่ภาพรวมก็ต้องชื่นชมที่คนทำหนังฮ่องกงยังมีพลังความคิดสร้างสรรค์สร้างหนังแนวศาลผสมกับแนวทริลเลอร์กึ่งซูเปอร์ฮีโรมาได้

สำหรับคอหนังฮ่องกงน่าจะปลาบปลื้มที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยมาโลดแล่นในจอให้ได้หายคิดถึงกันไม่ว่าจะเป็น จางเจียฮุย ในบทด็อกเตอร์ฮุยผู้เชี่ยวชาญการใช้จิตวิทยาบงการพฤติกรรม จางเจ้าฮุย ในบทชายปริศนาที่ลักพาตัวลูกสาวของด็อกเตอร์ฮุยเพื่อข่มขู่ให้บันดาลผลการตัดสินตามสั่ง เจิ้งเจ๋อซื่อ ดาราที่ถูกล้อว่าหน้าคล้ายรองนายกไทยก็มาในบทของหัวหน้าคณะลูกขุนผู้ทรงคุณธรรม โหลวยิงจุน ในบททนายความฝ่ายจำเลยที่มีประวัติกลับผิดเป็นถูกได้ และสุดท้าย ฉินเพ่ย ที่มาในบทมหาเศรษฐีที่พยายามปกปิดความผิดของลูกชายตัวเอง

Guilt By Design

นอกจากนี้ก็ยังมีดารารุ่นใหม่อย่าง จางฮั่น มาสมทบในบทของน้องชายด็อกเตอร์ฮุยที่เป็นตำรวจและพยายามช่วยหลานรักจากคนร้ายลักพาตัว คู่ขนานไปกับสถานการณ์ในห้องประชุมคณะลูกขุนที่ตึงเครียด และก็มี ไช่ฮั่นอี้ อีกหนึ่งหนุ่มที่มารับบทผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์หนึ่งในคณะลูกขุนที่ฉลาดพอกันและสังเกตุเห็นความผิดปกติของด็อกเตอร์ฮุยพระเอกของเรา

Guilt By Design

โดยรวมต้องบอกว่าสร้างคาแร็กเตอร์ตัวละครต่าง ๆ ได้น่าสนใจดี มีความเชยของการเล่าเรื่องนิด ๆ ที่พยายามให้มีความเป็นแอ็กชันในสไตล์หนังฮ่องกงแล่นอยู่นอกห้องประชุม และอย่างยิ่งคือฉากจบที่แบบ หืม นี่มันหนังยอดมนุษย์หรือไรหนอแม่ (ฮา) แต่ก็คงทำให้คอหนังฮ่องกงชื่นชอบอยู่นั่นล่ะ ส่วนในด้านของการชิงไหวชิงพริบในห้องคณะลูกขุนที่นับว่าเป็นความสดใหม่ ก็สนุกทั้งการหาเหลี่ยมชิงจังหวะกันระหว่างพระเอกกับหัวหน้าคนร้ายที่คอยบงการและแอบมองผ่านกล้องสปายอยู่

Guilt By Design

อีกด้านการที่พระเอกต้องหาช่องในการโน้มน้าวใจของลูกขุนแต่ละคนที่มีปมต่างกันไป บางคนแค้นทนายฝั่งโจทก์เพราะเคยทำให้ตนแพ้คดีความช่วยคนรวยหลุดคดีไป หรือบางคนก็แอบมีผลประโยชน์ในการตัดสินเพราะแอบลงทุนช้อนหุ้นบริษัทของจำเลยไว้แล้ว ทริกและหลักการในการบงการพฤติกรรมของพระเอกที่จำใจต้องใช้เพื่อช่วยลูกสาวก็เป็นอีกความสนุกที่น่าติดตาม

Guilt By Design

ในส่วนที่ไม่ชอบก็มีอยู่ในแง่การโกงบท ที่เปลี่ยนจากนักจิตวิทยาที่อาศัยทริกต่าง ๆ เปลี่ยนทัศนคติพฤติกรรมผู้คน กลายไปเป็นนักสะกดจิตผู้ทรงพลังในช่วงหลังเพื่อคลี่คลายปมเรื่องให้ผ่านไปง่าย ก็น่าเสียดายชั้นเชิงที่ปูมาแต่แรก และยิ่งพอคึกเล่นนู่นนี่ใหญ่ขึ้นมันก็เกิดรอยแหว่งโหว่ในความน่าเชื่อถือของหนังไปเรื่อย ๆ อย่างการระเบิดห้องประชุม หรือฉากชิงตัวประกันตอนท้าย และรวมถึงการสะกดจิตครั้งใหญ่ ก็เรียกว่าช่วงหลังของหนังแทบกลายเป็นหนังยอดมนุษย์อยู่รำไรแล้ว ดีว่าสุดท้ายมันก็ยังไม่หลุดแนวเกินไป ยังพอรับได้

Guilt By Design

สรุป ก็เป็นหนังแนวศาลที่แปลกใหม่ดี น่าติดตาม ได้เห็นไอเดียใหม่ ๆ สด ๆ เวอร์นิด ๆ แต่พอรับได้ ได้เจอนักแสดงเก่า ๆ หลายคนที่ยังฝีมือจัดจ้าน ได้เห็นคนคล้ายรองนายกแสดงบททรงคุณธรรมถึงมีฉากโดน “นาฬิกา” สะกดจิตแต่ก็พยายามสู้เพื่อความถูกต้อง ได้เห็นกระบวนการยุติธรรมหาทางเอาชนะความชั่วร้ายคืนความจริงให้กับเหยื่อ และได้เห็นการลงโทษคนผิดที่อยู่เบื้องหลังแม้จะทรงอำนาจมีพลังเงินในมือมากมายได้ อะไรเหล่านี้ก็ช่วยเยียวยาความรู้สึกหดหู่ในโลกความจริงของเราได้ไม่น้อยนะ หนังสนุกดูได้เพลิน ๆ เลย Suk Suk


ติดตาม Reviewnung ได้ที่นี่  >>>>>