28 กรกฎาคม 2021

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์

High School Musical: The Musical: The Series เพราะชีวิตมัธยมนั้นมันไม่ง่ายเลย

High School Musical: The Musical: The Series หรือ มัธยมการละคร (คำย่อจากต่างประเทศคือ HSMTMTS) เป็นซีรีส์แนวมิวสิคัลดราม่ากึ่งสารคดีล้อเลียน (mockumentary) ที่สร้างขึ้นสำหรับสตรีมมิ่ง Disney + โดย Tim Federle ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ภาพยนตร์ High School Musical หรือชื่อไทยที่แฟน ๆ รู้จักกันว่า มือถือไมค์ หัวใจปิ๊งรัก เซ็ตฉากสมมติอยู่ในโรงเรียน East High School โรงเรียนที่โด่งดังจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำของ ภาพยนตร์ต้นฉบับ โดยทำหน้าที่เหมือนสารคดีปลอมตามติดชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นและครูสอนการแสดงที่มารวมตัวกันเพื่อจัดการแสดงละครเวทีที่สร้างจากหนังเรื่องนี้ นำแสดงโดย โอลิเวีย ร็อดริโก สาวน้อยวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุด โดยเพลง “Drivers License” ติดชาร์ตอันดับต้น ๆ ของโลก จนเป็นที่รู้จักกันไปทั่วในฐานะ นักร้องสาวแห่งยุคที่ออกอัลบั้มเปิดตัวก็ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งอย่างมหัศจรรย์ ซีรีส์เข้าสตรีมมิ่งดิสนีย์พลัสไปแล้วตั้งแต่ปี 2019 แถมยังได้รับการอนุมัติให้ทำซีซั่นสองต่อตั้งแต่ยังไม่เริ่มฉายซีซั่นแรกเลยด้วยซ้ำ แต่ดิสนีย์พลัสฮอตสตาร์เพิ่งนำเข้าไทยพร้อมซีซั่น 2 เมื่อสิ้นเดือนมิถุนา โดยซีรีส์ได้รับคะแนนวิจารณ์ดีงามและได้รับรางวัล GLAAD Media Award ในปี 2020 สาขา รางวัลรายการเพื่อเด็กและครอบครัวดีเด่น.

ตัวอย่าง High School Musical: The Musical: The Series

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 1

รีวิว High School Musical: The Musical: The Series

High School Musical: The Musical: The Series เล่าเรื่องเหตุการณ์สมมติใน 15 ปี หลังจากความสำเร็จของไตรภาคภาพยนตร์ High School Musical โรงเรียน East High School ใน Salt Lake City รัฐ Utah ก็กลายเป็นสถานที่ที่ใคร ๆ ก็รู้จักในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์แต่ไม่เคยมีการแสดงละครเวทีมาก่อน ทำให้ครูเจนน์ หญิงปริศนาปรากฏตัวขึ้นในฐานะครูชมรมการแสดงคนใหม่ตัดสินใจเปิดการออดิชั่นเพื่อการแสดงละครเวทีเรื่อง High School Musical ทำให้คนในโรงเรียนพากันตื่นเต้นมาก ยกเว้นบางคนที่มองการศึกษามาก่อนการแสดงละครที่ดูไม่มีอนาคต แต่ไม่ใช่สำหรับ นีนี่ สาวน้อยวัยฝันที่ชีวิตกำลังหัวปั่นกับการก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับริคกี้ อดีตแฟนหนุ่มสุดธรรมดาที่อยู่ระหว่างการเลิกกันแต่เขากำลังพยายามเอาชนะใจเธออีกครั้ง และ อีเจ ชายหนุ่มจอมกร่าง แฟนคนปัจจุบันของเธอ กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เธอต้องแก้ไขและค้นหาตัวเองให้ได้เพื่อที่จะสามารถปลดปล่อยศักยภาพของตัวเอง แต่ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ นีนี่ยังต้องเผชิญคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง จีน่า สาวมั่นและครบเครื่องไปซะหมดทุกอย่างที่พร้อมจะปัดเธอให้หลุดออกจากการแสดง แต่เรื่องของเธอมันอาจจะไม่วุ่นวายเท่ากับชมรมการละครที่ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวและต้องจับมือกันข้ามผ่านทุกอุปสรรคเพื่อความฝันและพลังในการแสดงละครเวทีโรงเรียนที่อาจจะเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของพวกเขา

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 2

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นซีรีส์แต่การเล่าเรื่องจะมีความติดดินเป็นเหมือนเรียลลิตี้ตามติดชีวิตวัยรุ่น มีการสัมภาษณ์ราวกับว่าชีวิตของพวกเขาเป็นสารคดี แต่ก็มีเรื่องราววุ่น ๆ และปมที่ตัดสลับกันไปมาให้ติดตามเล่น เล่าเป็นมุมมองตัวละครหลายมุมมองไม่ได้โฟกัสแค่ตัวละครหลัก พาเราไปสำรวจสัมภาษณ์ชีวิตของพวกเขาว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านลักษณะนิสัยใจคอและการกระทำชวนเปิ่น ๆ หรือมึน ๆ นินทาหรือแซะตัวละครอีกตัว หรือแม้แต่มุกจิกกัดต่อฉบับภาพยนตร์มากมายที่ถ้าหากใครเคยดูภาพยนตร์มาแล้ว จะต้องขำหรือดีใจแน่ ๆ ที่ได้ยินมันอีกครั้ง ชวนตลกหัวเราะกรุบ ๆ ได้ พล็อตก็ดูเป็นสูตรสำเร็จอเมริกันไฮสคูล มีครูแปลก ๆ ที่คอยปลุกไฟฝันกลุ่มนักเรียนที่แสนน่าเบื่อ และก็มีคนไม่ชอบและจะทำลายการแสดง ไม่มีอะไรแปลกใหม่หรือพิเศษ แต่อย่างน้อยสิ่งที่มันพิเศษกว่าซีรีส์เรื่องอื่น ๆ คือการพาเราไปสำรวจบรรยากาศแบบโรงเรียนมัธยมไฮสคูลต่างประเทศจริง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการละครมากกว่าวิชาการ ไม่เหมือนประเทศไทยที่วัยรุ่นแทบใช้ชีวิตอยู่แต่กีฬาและศาสตร์อื่น ๆ และมองว่าการแสดงไม่ได้ช่วยให้ทำมาหากิน เราอาจจะชินกับตัวละครที่มีปัญหาใหญ่ ๆ แบบเหล้า ยา เซ็กส์ การต่อยตี หรือฆาตกรรม แต่เรื่องนี้คือความสดใสมาก ๆ มันเป็นเรื่องแบบมัธยมล้วน ๆ ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องแฟน หรือเรื่องครอบครัวที่มักปรากฏขึ้นมาให้เซอร์ไพรส์ชีวิตตัวละครตลอด แม้แต่คนดูที่อาจจะรู้มากกว่า แต่ก็เดาปัญหาที่ตามมาไม่ได้อยู่ดี ถ้าใครหลายคนเคยได้ทำงานกลุ่มหรือแสดงอะไรร่วมกับเพื่อน ๆ แล้ว จะต้องอิน กับเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้แน่นอนครับ

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 3

ซีรีส์เรื่องนี้ใช้เวลามากกับตัวละครทีละนิด ๆ ได้รู้กันคร่าว ๆ ว่าโครงเรื่องและความสัมพันธ์เป็นยังไงก่อนจะเจาะลึกเข้าไปให้เสมือนเรากำลังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตัวละครที่ล้วนเป็นตัวละครหลักที่มีสีสันและมีชีวิตบทบาทไม่ได้เป็นแค่ตัวละครสมทบหรือตัวร้ายของเรื่อง เป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาจะมีมากหรือน้อยก็ล้วนสำคัญ พล็อตหลักก็จะมีทั้งเรื่องราวของความรักสามสี่เส้าของตัวละครหลักอย่าง นีนี่ ริคกี้ อีเจ และ จีน่า ที่ล้วนยุ่งเหยิงพอ ๆ กับบทบาทของตัวละครที่ตัวเองแสดงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนตัวตนและความสัมพันธ์ของทั้งหมด ไหนจะความลับที่ครูเจนน์ปิดบังนักเรียน และพล็อตย่อยอีกมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น คอร์ทนีย์และบิ๊กเรด เพื่อนสนิทนีนี่และริคกี้ที่คอยสนับสนุนทุกอย่างและตบมุกตัวละครในเรื่องจนได้มายืนอยู่ในจุดที่สำคัญ พวกเขาตัดสินใจอย่างไรให้ผลที่ได้รับดีที่สุด

คาลอส ชายลูกศิษย์ของครูเจนน์ที่ต้องแบกละครเวทีไว้ไม่ต่างกับเจ้าของการแสดง แอชลิน หญิงวัยรุ่นร่างใหญ่ที่ได้รับโอกาสจากครูเจนน์ มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากการแสดงละครเวทีด้วยกันซึ่งอาจจะมีไม่มาก แต่ก็ทำให้เชื่อได้ว่าพวกเขาเป็นคนจริง ๆ มีบทบาทแต่ก็รักกันกลมเกลียวและเรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดของกันและกัน ในซีรีส์อาจจะไม่ได้มีบทพูดอะไรให้จดจำ แต่เพราะเป็นวัยรุ่นธรรมดา คำพูดทุกอย่างมันจึงเป็นธรรมชาติไร้การตบแต่งให้หรูหรา แต่กินใจ โดยเฉพาะในฉากเศร้ากับดราม่าพอจะมาก็สามารถเรียกน้ำตาได้พอสมควร พอเป็นฉากรักก็หวานกันแบบไม่มีใครยอมใครเลยด้วยซ้ำ แถมมีมากกว่าแค่ชายหญิง ยังมีคู่รักเพศเดียวกันอีก เรียกได้ว่ามีความหลากหลายมากเช่นเดียวกับบทละครที่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อคน ๆ นั้นมากกว่าความเหมาะสมของตัวละครตามกรอบเดิม ขอปิดไว้นะว่าเป็นคู่ไหน ตัวละครใด เพราะน่ารักไปหมดทุกคู่เลยในเรื่อง และจบเรื่องแบบสวยงาม แต่ก็ไม่วายทิ้งปมเล็ก ๆ ไปยังซีซั่น 2 แต่ก็ไม่ได้ชวนให้ลงแดง เพาะมันจบประเด็นแรกแล้ว ต่อไปก็เป็นโลกใหม่ที่พวกเขาต้องเผชิญต่อไปในอนาคต

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 4

ประเด็นของเรื่องก็เรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน ในพื้นที่ของโรงเรียนไฮสคูลที่มีคนอยู่หลายแบบ บางคนอาจจะเฉิดฉายในการอยู่กับกิจกรรมวิชาการหรือการสร้างชื่อเสียงของโรงเรียน บางคนอาจจะไม่มีโอกาสเฉิดฉายและถูกกดให้เป็นแค่คนแปลกและเพี้ยน และการแสดงละครเวทีกลับเป็นสิ่งที่ปกป้องพวกเขาและมอบโอกาสให้พวกเขาได้มีอิสระที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ผ่านการแสดง ทุกคนมีความตั้งใจ ทุกคนไม่คิดกดดัน ต่างมอบพลังให้กันและกันและรู้ว่าต้องใช้โอกาสให้ดีที่สุด ในแบบที่คนรอบตัวหรือครอบครัวไม่เคยได้รับรู้มาก่อน จนกระทั่งพวกเขาได้แสดงออกมาให้ทั้งโรงเรียนได้เห็น หาทางโชว์มันออกมาเพื่อให้ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาเป็นมากกว่าพวกแปลกและเพี้ยน แต่คือกลุ่มนักเรียนมากความสามารถที่มารวมตัวกันสร้างเสียงเพลงและเสียงปรบมือให้คนดู เช่นเดียวกับเรื่องของอดีตจะเป็นอย่างไรมันไม่เคยสำคัญและตีกรอบว่าคน ๆ นั้น แต่หากเขาสามารถทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมและตั้งใจเพื่อคนอื่น ปัจจุบันนั่นแหละที่สำคัญที่สุด เช่นเดียวกับการก้าวข้ามผ่านปัญหาต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจและความเชื่อมั่นของตัวเอง แล้วสักวันทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ตาม โดยในซีซั่นนี้จะมี 10 ตอน แต่ละตอนมันแค่ครึ่งชม. แถมจบตอนไปแบบทิ้งปมตัวละครไปเรื่อย ๆ .

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 5

โอลิเวีย ร็อดริโก ในบท นีนี่ คือสาวน้อยมหัศจรรย์สมคำร่ำลือ บทเธอดูเหมือนเด็กผู้หญิงจืดจางในพวกซีรีส์ไฮสคูลแต่ความน่ารักสดใสและเปล่งประกายตอนร้องเพลงทำให้เธอมีเสน่ห์มาก ๆ โดยเฉพาะแววตาตอนที่แสดงอารมณ์ออกมาทั้งสุขเศร้าคือทั้งร้องทั้งแสดงเธอกินขาด และมีเคมีเข้ากับ Joshua Bassett ที่บทเขา ริคกี้ ก็ดูเป็นผู้ชายธรรมดาแต่เสียงตอนร้องเพลงไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ แถมยังต้องแสดงซีนอารมณ์ที่ชวนให้อินตามด้วย Matt Cornett ในบท อีเจ ที่เห็นก็รู้เลยว่าลูกคนรวยนิสัยเสีย แต่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด เขาแค่มีปมปัญหาบางอย่างที่ทำให้เรื่องวุ่นวายไปหมด แม้หน้าตาและท่าทางของเขาจะดูหน้าหมั่นไส้ แต่ต้องยอมรับเลยว่าเขาคือตัวละครเอกที่ขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับ Sofia Wylie ที่ปรากฏตัวในแบบบทสาวมั่นร้าย ๆ แต่เนื้อแท้ของเธอก็เป็นคนธรรมดาคนนึงที่มีความอิจฉาและความเจ็บปวดซึ่งสีหน้าและท่าทางที่ชวนให้ไม่ชอบในตอนแรก เทียบไม่ได้เลยกับซีนสะเทือนอารมณ์ในปมตอนท้าย ๆ Kate Reinders มาในบทครูเจนน์ ครูเพี้ยน ๆ ที่ใจไม่เพี้ยนและพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อนักเรียน เธอมีทั้งมุมฮา มุมเศร้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ได้เห็น และความจริงใจของเธอก็ชวนให้อบอุ่นตามตัวละครในเรื่องที่เป็นเหมือนนักเรียนของเธอ กับปมสำคัญที่ผลักดันให้เธอมาเป็นครูที่ไม่รู้จะเห็นใจหรือหัวเราะใส่ดี เพราะมันก็คือปมเล็ก ๆ ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่

ภาพสวยคมชัดมากในทุกฉาก แม้การถ่ายทำมุมกล้องของเรื่องเหมือนตามติดชีวิตนักเรียนมัธยม มีมุมซูมไปมาให้ได้จังหวะเวลาตัวละครเจอฉากสำคัญ และถ่ายทำแบบสด ๆ ไม่มีงานสเปเชี่ยลพิเศษอะไรทั้งนั้น ดิบ ๆ แบบสารคดีชีวิตคนจริง ๆ แต่นอกจากจะดูเพลินไปกับเรื่องราวป่วน ๆ ที่สามารถเข้าถึงคนที่เคยผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นแล้ว หนังยังมีเพลงประกอบขับร้องที่มาจากฉบับภาพยนตร์ที่ถูกรังสรรค์ใหม่โดยทีมนักแสดงที่ล้วนเสียงดีและมีเสน่ห์กันทุกคนตอนร้องเพลง ที่แม้คนจะไม่เคยรู้จักไตรภาคภาพยนตร์ แต่ก็สามารถเพลินเพลินได้แทบทุกเพลง แถมยังมีเพลงที่ถูกแต่งใหม่สอดแทรกเข้ามาประกอบการเล่าเรื่องและมุมมองของตัวละครนั้น ๆ ทำให้มันเป็นมิวสิเคิลที่กลมกล่อมและมีเสน่ห์ เพราะทุกคนในเรื่องเหมือนมีชีวิตเป็นแค่นักเรียนธรรมดาที่พยายามแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยมิตรภาพและเสียงเพลงที่เป็นแนววัยรุ่น ติดหูและฟังสบาย เรียกได้ว่าไม่เสียชื่อความเป็นซีรีส์มิวสิเคิล จัดเต็มเพลงประกอบจุใจจนทำให้เพลงนึงในอัลบั้มติดชาร์ตบิลบอร์ด 100 มาแล้วอย่าง ALL I WANT ที่ขับร้องโดยโอลิเวียเอง ก็สามารถเป็นตัวจุดประกายให้เธอมีอนาคตที่สดใสในวงการดนตรีโลกไปเรียบร้อยในเพลง Drivers License แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอหยุดเล่นซีรีส์นี้นะ

High School Musical: The Musical: The Series ซีรีส์คุณภาพน้ำดีจากดิสนีย์ 6

สรุป High School Musical: The Musical: The Series

ถือเป็นซีรีส์คุณภาพที่ประเทศไทยแทบไม่รู้จักอย่างน่าเสียดาย มันสามารถเข้าถึงและจับใจคนดูได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะวัยไหน ด้วยเพลงประกอบที่ไพเราะ ถ่ายทอดเรื่องราววัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมอเมริกาได้อย่างจริงใจและอบอุ่น แม้พล็อตจะค่อนข้างสูตรสำเร็จแต่ไม่ได้ทำให้เรื่องราวไม่สนุกเลย ในแต่ละ 10 ตอน จะพาคุณไปเห็นชีวิตว่าวัยรุ่นนั้นไม่ได้ง่ายเลยในเรื่อง DEEP มีหลายอย่างหลายสิ่งที่พวกเขาตัดสินใจผิดพลาดหรือน่าโมโห แต่เพราะวัยรุ่นคือวัยแห่งการใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ต้องการโดยไม่ได้ทำเพื่อใครแต่ทำเพื่อตัวเอง ไม่มีการตัดสินจากใครและไม่มีคำถามใด ๆ นอกจากโอกาสที่พวกเขาได้รับและทำมัน แม้ว่าความยาวของแต่ละตอนจะสั้นแค่ครึ่งชั่วโมง แต่มันก็อุดมไปด้วยบทเรียนชีวิตของกลุ่มคนสังคมนึงอย่างแท้จริง นี่คือซีรีส์ที่ดีเรื่องนึงที่อยู่ในดิสนีย์พลัสและผมไม่อยากให้พลาดเลยไม่ว่าจะเป็นคนที่รู้จักไตรภาคฉบับภาพยนตร์หรือคนที่เห็นชื่อยาว ๆ แล้วตัดสินใจไม่ดูเพราะไม่รู้จักและไม่น่าสนใจ อยากให้คิดดูใหม่ครับ มันคือซีรีส์ดีที่เปิดดูแล้ว คุณจะไม่เสียเวลาที่ชมไปเลย