27 มกราคม 2021

Succession สงครามสืบทอดธุรกิจตระกูลใหญ่

Succession  สงครามสืบทอดธุรกิจตระกูลใหญ่ ซึ่งควรคู่กับรางวัล Emmy Award 2020


Succession ss1-2 HBO รีวิว เรื่องราวของ สงครามการสืบทอดอำนาจในตระกูลลอย ที่ครอบครองธุรกิจสื่อยักษ์ใหญ่ เป็นซีรีส์แนวธุรกิจ ดราม่าปนตลกร้าย จิกกัดสังคมทุนนิยมในโลกของคนรวยที่เงินและอำนาจเป็นใหญ่

ด้านการแสดงและเขียนบทได้เข้าขั้นสุดยอด ซึ่งคู่ควรกับรางวัล Emmy Award 2020 ถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดซีรีส์ที่ควรรับชมกันทาง HBO Go

ตัวอย่าง Succession ss1-2 HBO

Succession ss1-2 เรื่องย่อ

เรื่องราวเกี่ยวกับ โลแกน รอย เจ้าของบริษัทเวย์สตาร์รอยโค ผู้นำเครือธุรกิจด้านสื่อยักษ์ใหญ่ ที่มีกิจการอยู่ในครอบครองมากมาย แล้วยังเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทั้งทางด้านธุรกิจ การเมือง แม้แต่ประธานาธิบดี แต่ด้วยปัญหาสุขภาพรุนแรง ทำให้เขาเตรียมที่จะประกาศผู้สืบทอดตำแหน่ง

แต่ปรากฏว่าการตัดสินใจของเขากลับ UFABET สมัครยังไง สวนทางกับความคาดหวังของบรรดาลูกๆ นั่นจึงนำมาซึ่งเรื่องราววุ่นวายในครอบครัวที่ทรงอิทธิพลราวกับราชวงศ์แห่งนี้

Succession

Succession ss1-2 HBO รีวิว

ซีรีส์เรื่องดังทางช่อง HBO นี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ด้วยการคว้ารางวัล Emmy Award 2019 มาครอบครอง ทำให้หลายคนอาจมีความสงสัยว่า เรื่องนี้มันสุดยอดขนาดนั้นเลยหรือ คำตอบคือ มันสุดยอด คู่ควรจริงๆครับ สำหรับสาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้คว้ารางวัลมาครอง จุดเด่นหลักๆมีสองเรื่องคือ “การแสดง” และ “บท”

Succession

สำหรับนักแสดงในเรื่อง ดารานำได้ดาราอาวุโสอย่าง Brian Cox มารับบท โลแกน รอย เจ้าพ่อวงการสื่อผู้เลือดเย็น และกำลังมีปัญหาสุขภาพ ทำให้ต้องเตรียมผู้สืบทอดเพื่อจะส่งต่อตำแหน่ง เพียงแต่ลูกๆของเขาแต่ละคนดูจะไม่ค่อยมีความสามารถที่เหมาะสมกันมากนัก ซึ่งตัว Brain Cox โชว์ความสามารถในการแสดงระดับสุดยอดเอามากๆ ด้วยการเล่นให้ดูน่าเชื่อถือว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีผู้เอาแต่ใจ บ้าอำนาจ เจ้าเล่ห์ เลือดเย็น แม้ภายนอกจะพูดเหมือนว่าทำทุกอย่างเพื่อลูกๆ ของตนเอง แต่ที่จริงแล้วทั้งหมดก็ดูเหมือนเพื่อความต้องการส่วนตนเท่านั้น

นอกจากนี้ เคนดัลล์ รอย ที่ UFABET สูตรแทงบอล นำแสดงโดย Jeremy Strong ก็แสดงและตีบทแตกกระจุย เขาทำได้น่าเชื่อถือมากว่า นี่คือลูกเศรษฐีคนรวยที่พยายามที่จะพิสูจน์ตนเองให้พ่อได้ยอมรับ การทำงานด้านธุรกิจที่อ้างอิงหลักการและตำราต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถแสดงให้เรารู้สึกได้ว่า เขามีความไม่มั่นใจในตนเอง ดูไม่น่าเชื่อถือ และดูเหมือนจะเสียรู้ให้กับคู่แข่งทางธุรกิจบ่อยครั้ง แต่ในระหว่างเรื่อง เขาก็มีพัฒนาการที่ดูยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านวุฒิภาวะ ความคิดอ่าน การตัดสินใจ และมาถึงจุดพีคสุดๆในตอนจบของซีซันสอง ที่เขาได้แสดงการเป็น “นักฆ่า” แบบที่พ่อของเขาเคยกล่าวว่า สาเหตุที่เขาไม่เหมาะจะเป็นผู้สืบทอด เพราะเขายังไม่ใช่นักฆ่านั่นเอง

Succession

นอกเหนือจากตัวหลักทั้งสองคนที่ต้องมาขับเคี่ยวกัน นักแสดงคนอื่นๆก็ทำได้ในระดับมาสเตอร์พีซอย่างมาก ซึ่งบทของตัวละครหนึ่งที่ต้องชมเลยก็คือบทของ เกร็ก ที่นำแสดงโดย Nicholas Braun ซึ่งแม้ว่าเขาจะเป็นคนในตระกูล แต่ก็เป็นญาติที่ห่างๆ จากธุรกิจของครอบครัวที่ถูกโยนเข้ามาในวังวนการชิงอำนาจของตระกูล ซึ่งเขาก็เสมือนเป็นตัวแทนคนดู ที่ให้เราได้รู้เรื่องราวภายใน อีกทั้งคาแรคเตอร์นี้แม้ว่าจะถูกเซตมาให้ดูเป็นคนเงอะงะ พูดจาติดขัดๆ แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็น เขาก็เป็นตัวละครที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ภาพรวมของเรื่องอย่างคาดไม่ถึงด้วย

Succession

ในแง่ของการเขียนบท ต้องชื่นชมทีมงานและผู้สร้างอย่าง Jesse Armstrong เพราะเขาสามารถทำให้ซีรีส์ที่พล็อตเรื่องดูแล้วน่าจะหนักหน่วง ดราม่า ดูยาก กลับกลายเป็นเรื่องแนวตลกร้าย แฝงด้วยมุกจิกกัดในสไตล์บริติชและอเมริกันที่ลงตัวมากๆ ทำให้เรื่องนี้ดูสนุก ดูง่าย ไม่ยากเกินไป เพราะแม้ว่าประเด็นของเรื่องหรือสิ่งที่ตัวละครพูดคุยกันจะเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ดูเครียดจริงจังอย่างมาก แต่การเล่าเรื่องกลับทำได้อย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยบทที่ครีเอทมาก ราวกับเป็น “เชคสเปียร์ในแบบโมเดิร์น” ที่บอกเล่าโศกนาฎกรรมและความขัดแย้งในครอบครัวใหญ่

ด้านโปรดักชั่น จัดว่าเป็นแนวทางของ HBO ที่ถนัดในช่วงหลัง ทั้ง UFABET สูตรบาคาร่า การใช้เทคนิคมุมกล้องแบบ Hand Held การซูมเข้าออก เพื่อให้ดูสมจริง

เพียงปัญหาก็มีอยู่เหมือนกันคือ คนที่เริ่มดูช่วงแรกอาจจะยังไม่ชินกับการเล่าเรื่องแนวนี้มากนัก ซึ่งถ้าคนดูเริ่มชินกับแนวทางการเล่าเรื่องของตัวซีรีส์มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถดูได้แบบมาราธอนเลยทีเดียว

Succession

ด้านเนื้อหา ในซีซันแรก จะเน้นไปที่การวางแผนโค่นล้มอำนาจของโลแกน ที่นำโดยเคนดัลล์ แล้วซีรีส์ก็จะปูให้เรารู้จักบุคลิกนิสัยของตัวละครแต่ละคน สถานะของพวกเขา รวมถึงแรงขับดันที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำเรื่องต่างๆด้วย

Succession

ส่วนในซีซันสอง แนวทางเรื่องจะเปลี่ยนไป จากที่เป็นการต่อสู้ภายในครอบครัว กลายมาเป็นการคืนดีกันของพ่อและลูกๆ เพื่อร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตที่ส่งผลต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ก็จบซีซันลงด้วยการที่เคนดัลล์ตัดสินใจก่อกบฏเพื่อโค่นล้มโลแกนอีกครั้ง ซึ่งฉากสุดท้ายในซีซันสองนั้นทรงพลังเอามากๆ เป็นการแสดงระดับสุดยอดของดาราในเรื่อง คู่ควรกับรางวัลเอ็มมี่อย่างแท้จริง

สำหรับ Succession ss1-2 สามารถรับชมได้ทางช่อง HBO Go ซึ่งมีพากย์ไทยด้วย แล้วก็พากย์ไทยได้ดีมาก ในส่วนของ ซีซันสาม ก็ได้ประกาศสร้างต่อแล้วเช่นกัน The Boys in the Band

#รีวิวหนัง  #ตัวอย่างหนังใหม่  #ดูหนังออนไลน์


ติดตาม Reviewnung ได้ที่นี่  >>>>>