4 กรกฎาคม 2020

รีวิวหนัง รีวิวหนังสนุกๆ รีวิวNetflix รีวิวซีรี่ย์ รีวิวหนังpantip รีวิวหนังใหม่2020

แหล่งรวบรวมข้อมูลหนัง F">รีวิวหนัง เกี่ยวกับวงการภาพยนต์ ทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข่าวหรือว่ากระแสเกี่ยวกับ รีวิวหนังใหม่ล่าสุด ข่าวเกี่ยวกับวงการ หนังฮอลลีวู้ด หรือ ข่าวหนังฮอลลีวู้ด ตัวอย่างหนังใหม่ เว็บไซต์ของเรานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวงการหนัง หรือ การ์ตูน ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน หรือหนังจากค่ายใหญ่อย่าง 10 หนังใหม่ที่แนะนำน่าดู อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ หนังทำรายได้สูงสุดอย่าง การจัดอันดับหนังทำรายได้ box office 2020 บทวิจารณ์หนัง จากคอลั่มนิสชื่อดังของประเทศ วิจารณ์หนังใหม่2020 รีวิวหนัง วิจารณ์หนัง วิจารณ์ภาพยนตร์ นั้นเป็นอีกส่วนนึงของวงการหนัง เพราะว่ามีผู้คนมากมายนั้นชอบที่จะค้นหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ภาพยนตน์ หรือข่าวในวงการภาพยนต์ที่ตนเองชื่นชอบ อีกทั้งยังมี รีวิวอนิเมะ หนังต่อสู้ หนังแอ็กชั่นมันๆ หนังตลกน่าดู ไม่ว่าจะเป็น รีวิววันพีช สปอยล์วันพีช หรือ ทฤษฎีวันพีช สำหรับคอการ์ตูนญี่ปุ่นอีกด้วย

เว็บรีวิวหนังใหม่ รีวิวNetflix วิจารณ์หนัง รีวิวหนังใหม่เข้าโรง รีวิวหนังต่างประเทศ ข่าวหนังฮอลลีวู้ด ที่นี่ที่เดียว reviewnung.com

รีวิวหนัง netflix หากคุณต้องการข้อมูล ข่าวสารวงการภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือ ต่างประเทศ รวมทั้งอัพเดทข้อมูล ข่าวสารสดใหม่ตลอดเวลา ที่จะทำให้คุณไม่พลาด ข่าวสารภาพยนตร์ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการ พรีวิวหนังใหม่ รีวิวหนังสดใหม่ รีวิวหนังเก่า ที่น่าสนใจในแต่ละเรื่อง รีวิวหนังใหม่ล่าสุด หรือเทรนที่กำลังมาแรงอย่าง รีวิวหนัง pantip บทวิจารณ์หนัง วิจารณ์หนังใหม่ วิจารณ์หนังเก่า แนะนำหนังน่าดู หนังรางวัล การประกาศรางวัลต่างๆที่เกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ ทั้งไทยและต่างประเทศ จัดอันดับหนังทำเงิน รายได้หนัง เรื่องย่อหนังใหม่ ให้คะแนนหนัง การทำรายได้ของหนังในแต่ละสัปดาห์ หากคุณต้องการข้อมูลข่าวสารวงการภาพยนตร์ไทยหรือข่าวสารวงการภาพยนตร์ต่างประเทศ 5 หนังเข้าใหม่น่าดู รวมทั้งอัพเดทข้อมูล ข่าวสารสดใหม่ตลอดเวลา ที่จะทำให้คุณไม่พลาด ข่าวสารภาพยนตร์ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการ พรีวิวหนังใหม่ รีวิวหนังออนไลน์ใหม่ รีวิวหนังเก่า ที่น่าสนใจในแต่ละเรื่อง บทวิจารณ์หนัง วิจารณ์หนังใหม่ วิจารณ์หนังเก่า แนะนำหนังน่าดู หนังรางวัล การประกาศรางวัลต่างๆที่เกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ ทั้งไทยและต่างประเทศ จัดอันดับหนังทำเงิน รายได้หนัง เรื่องย่อหนังใหม่ ให้คะแนนหนัง การทำรายได้ของหนังในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงการให้คะแนน และ แนะนำ ซีรีย์ น่าดูว่ามี ซีรีย์ แนะนำหนังใหม่น่าดูปี 2020

The Politician

The Politician SS1-2 การเมืองไม่ใช่เรื่องเด็กๆ

The Politician นักกวนเมือง เล่าเรื่องราวของ เพย์ตัน โฮบาร์ต นักเรียนมัธยมปลายลูกทายาทเศรษฐีติดอันดับ 1 ใน 10 ของอเมริกา เพย์ตันวางแผนออกแบบชีวิตตัวเองมาตั้งแต่เด็กกับกลุ่มเพื่อนและแฟนสาว เพื่อความฝันก้าวไปถึงทำเนียบขาว และเขาต้องได้เป็นประธานาธิบดีสักวัน แต่ก่อนอื่นเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันเลือกตั้งประธานนักเรียนให้ได้ซะก่อน ที่กลายมาเป็นการแข่งขันดุเดือดเกินกว่าที่เขาคาดคิด

ตัวอย่าง The Politician SS1 นักกวนเมือง 

รีวิว The Politician SS1

ก่อนเข้าเรื่องราวทาง Netflix ขึ้นคำเตือนมาก่อนเลยว่า  ดูหนังออนไลน์ นี่เป็นเรื่องราว “เบาสมอง” และย้ำสำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพจิต “เนื้อหาอาจจะรบกวนจิตใจได้” ซึ่งอาจจะดูเหมือนแปะป้ายคำเตือนแบบล้อกันเล่นให้อยากดูมากขึ้นไปอีก ซึ่งหนังก็มีเนื้อหาที่ตลกเบาสมองเยอะจริงๆ และก็สนุกมากด้วย แต่ก็มีส่วนที่รบกวนจิตใจมากด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเสียดสีแบบรุนแรงหยาบคายไปถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางการเมือง อย่างเรื่องสิทธิทางเพศ หรือการผิดศีลธรรมอย่างไม่แคร์ ซึ่งในอเมริกาคงเห็นจากซีรีส์กันจนเป็นเรื่องปกติเฉยๆ แต่ในไทยแค่คิดสร้างอะไรแบบนี้มาก็ไม่ผ่านตั้งแต่ตอนเขียนบทแล้วแน่นอน เพราะหลายประเด็นในเรื่องก็แรงพอตัวทีเดียว

The Politician

ตัวเรื่องเสียดสีการเมืองได้อย่าง “ฉลาด แสบสันมากๆ” กับการให้พระเอกมีความพร้อมทุกอย่างกับการเป็นนักการเมืองที่จะก้าวสู่เส้นทางการเมืองสู่ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่กลับสอบตกความเป็นมนุษย์สุดกู่ เราจะเห็นตั้งแต่ไตเติลเลยว่าเป็นการประกอบยัดสิ่งสำคัญของประธานาธิบดีรุ่นก่อนๆ ลงในหุ่นไม้ที่ภายหลังประกอบแล้วมีชีวิตขึ้นมาเป็นเพย์ตัน ซึ่งหนังเจ๋งตั้งแต่ไตเติลแล้ว เป็นไตเติลที่ดูไม่เบื่อเลยจริงๆ (เป็นเรื่องแรกใน Netflix ที่ผมไม่กดข้ามเลย) หนังวางให้เพย์ตันออกแบบชีวิตตั้งแต่เด็กด้วยตัวของเขาเอง แถมมีเพื่อนๆ ที่โตมาด้วยกันสนับสนุนเป็นมันสมองทีมเวิร์คที่ดูดีอีกต่างหาก แต่ปัญหาก็คือ การออกแบบเส้นทางชีวิตตัวเองมากไปนี่แหละ ทำให้เพย์ตันกลายเป็นคนที่หมกหมุ่นคิดแต่การหาทางให้ได้รับชัยชนะ ทุกอย่างต้องไม่พลาดเพื่อไม่ให้มีจุดด่างพร้อยกลับมาหาเขาได้ตอนที่ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในอนาคต ซึ่งหลักการต่างๆ ก็ได้มาจากตำรากับการอ่านชีวประวัติประธานาธิบดีคนก่อนๆ มาเป็นวางเป็นโร๊ดแมพในชีวิต แต่พอลงสนามจริงทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด

หนังทำให้พระเอกดูเหมือนไม่น่าจะเป็นคนที่ใช่กับเส้นทางการเมืองในตอนแรก ด้วยกลับขาดอารมณ์ความเป็นมนุษย์ พูดจาดูไร้ความจริงใจ แบบคนดูเองก็ต้องรู้สึกขัดใจกับตัวพระเอก ซึ่งตรงนี้เป็นการให้พระเอกค่อยๆ ได้เรียนรู้และเติบโตในแบบ Coming of Age กับชีวิตที่อยู่นอกรางรถไฟเกินจากแผนการชีวิตที่วางไว้ ฟังดูอาจจะรู้สึกว่าพล็อตพื้นๆ แต่ขอบอกเลยว่าหนังมีเซอร์ไพรส์มาเป็นชุดๆ ติดกันไม่หยุดตั้งแต่ตอนแรก แบบท้าให้ดูเลยว่ายังไงก็เดาไม่ได้ แถมมีประเด็นสดใหม่คาดไม่ถึง รวมถึงตัวละครที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับพระเอกโดดเด่นน่าสนใจทุกคน

The Politician

เริ่มตั้งแต่ “อินฟินิตี้” สาวน้อยที่เป็นโรคมะเร็ง แล้วต้องมารับบทลงคู่เป็นรองประธานกับพระเอก ที่ดูไปดูมาเกือบๆ จะกลายมาเป็นตัวเอกอีกคนของเรื่องไปเลย เพราะบทเธอเด่นและลากยาวไปจนจบเรื่อง เป็นตัวแปรและตัวหลักทำให้เกิดเหตุการณ์อื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อินฟินิตี้เป็นบทที่เรียกว่าเหมือนการไถ่บาปให้พระเอก แต่เธอเองก็มีเรื่องราวซับพล็อตครอบครัวที่ใช้เรื่องการเป็นมะเร็งของเธอหากินกับผู้คน หนังทำให้อินฟินิตี้เหมือนเป็นอีกภาคของนักการเมืองที่มักเอาเรื่องราวดราม่าสะเทือนใจของคนตกทุกข์ได้ยาก มาหาเสียงสร้างภาพให้กับประชาชน

The Politician

“อลิซ” แฟนสาวของพระเอกที่หมายมั่นปั้นมือจะเป็น “สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของอเมริกา” ซึ่งเธอดูภายนอกเรียบๆ แต่แสบ เหมือนเป็นช้างเท้าหลังที่คอยส่งให้เพย์ตันก้าวต่อไปในเส้นทางนี้ให้ได้ (และเพื่ออนาคตของตัวเธอเองด้วย) ยิ่งรวมกับทีมมันสมองซ้ายขวา “เจมส์กับแมคอาฟี่” (ซ้ายขวาในรูปบน) ที่มีกึ๋นไปคนละอย่าง แต่ก็กลายเป็นปมปัญหามาให้เพย์ตันเพิ่มเข้ามา กลายเป็นศึกนอกศึกในซ้อนกัน หนังจำลองชีวิตนักการเมืองที่การจะก้าวขึ้นมีอำนาจไม่อาจไปได้ด้วยคนเดียว แต่ต้องมีทีมที่ดีและไว้ใจ ซึ่งนั่นหาได้ยากยิ่งแม้จะเป็นเพื่อนสนิทเติบโตมาด้วยกันก็ตาม เพราะทุกความลับของชีวิตอยู่กับกุนซือเหล่านี้เช่นกัน

The Politician

ไม่ใช่แค่เน้นไปที่ทีมของเพย์ตันเท่านั้น แต่ฝ่ายคู่แข่งก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนรักไฮโซของพระเอกนั่นเอง“ริเวอร์” ผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์เหลือล้น เป็นนักแสดงที่วางให้เป็นจุดหักเหสำคัญของเรื่องแต่แรก และก็เป็นคนที่มีคาริสม่าสูงมากๆ ทั้งในเรื่องและกับคนดูเองยังหลงรักไปด้วย แนะนำให้ดูแบบเสียง ENG เป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์ได้ตามบทตรงเป๊ะจริงๆ ซึ่งริเวอร์จะมาคู่กับ “แอสทริด” สาวไฮโซสุดสวยแฟนของริเวอร์ ซึ่งบทนี้ไม่ใช่แค่ใช้หน้าตาสวยๆ แต่มีพัฒนาการซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็น 1 ในตัวละครที่สุดท้ายผู้ชมต้องรักเธอจนได้ แม้ว่าตอนแรกจะดูเป็นคุณหนูสมองกลวงก็ตามที อีกคนในทีมก็คือ “สกาย” สาวผิวสีข้ามเพศชัดเจนโดดเด่นคนเดียวในเรื่อง แม้จะบทน้อยแต่ก็จะกลายเป็นคนสำคัญในภายหลังต่อไป

The Politician

นอกจากนี้ก็ยังมีดาราดังที่หลายคนคุ้นหน้าตากันอย่างดี กวินเนท พาลโทรว (Gwyneth Paltrow) มารับบทแม่สุดที่รักของพระเอกที่พร้อมจะสละทุกอย่างให้เขาบรรลุความฝันให้ได้ ซึ่งเธอก็มาในบทที่มีเสน่ห์ตามวัย และก็มีบทหลักสำคัญกับเรื่องปัญหามรดกของพระเอกไปจนจบเรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นซับพล็อตเสริมมาให้เรื่องราวของเพย์ตันน่าเชื่อถือมากขึ้นว่า ทำไมเด็กคนหนึ่งถึงคิดออกแบบชีวิตตัวเองให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐได้

The Politician

ซีรีส์เริ่มต้นได้สวยมากๆ ในตอนแรกและตอนต่อๆ มา เรียกว่าถ้าให้คะแนนแค่จากตอนแรกๆ นี่ 9-10 เต็มได้อย่างไม่ลังเล แต่เหมือนหนังจะโหมใช้พลังช่วงแรกมากไปจนแทบหมดก๊อก พอหลังจากตอนที่ 4 ไปหนังเริ่มอืด และไม่ค่อยมีประเด็นสดใหม่ แถมยังออกนอกแนวการเมืองไปถึงเรื่องคดีฆาตกรรมที่มาพัวพันกับเพย์ตันได้แบบงงๆ ซึ่งเรื่องพยายามจำลองว่านี่เป็นอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างเล่นการเมือง และยิ่งคนที่หวังเป็นประธานาธิบดียิ่งต้องไม่มีรอยด่างพร้อยอะไรแบบนี้ แต่ก็ยังคิดว่าพาออกทะเลมากไปจนทำให้ลดความสนุกลงแบบวูบหลับได้เลย แถมยังใส่ตัวละครไร้สมองเพิ่มมาอย่างจงใจให้ตลก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีผลกับเรื่องราวเนื้อหาหลักทางการเมืองนัก

แต่ก็ยังดีที่ซีรีส์กลับมาเข้าที่เข้าทางได้ในตอนสุดท้าย และเป็นตอนที่ทำให้ผู้ชมได้รับทราบว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิตพระเอกนั่นเป็นแค่โหมโรงเพื่อให้ทุกคนได้เติบโตขึ้นในแบบ Coming of Age ก่อนจะมารวมทีมเจอเรื่องราวของจริงการเมืองระดับชาติ กับคู่แข่งระดับเกินจินตนาการของพระเอก ซึ่งเป็นอะไรที่น่าจะเข้มข้นกว่าซีซั่น 1 มาก เพราะไม่มีเวลามานอกเรื่องออกทะเลใดๆ อีกแล้ว และผู้สร้างก็น่าจะได้รับฟีดแบ็คบทเรียนว่าส่วนนั้นฉุดให้คะแนนของเรื่องนี้ตกต่ำลงมาก ทั้งๆ ที่เป็นซีรีส์ที่เนื้อหาหลักการเมืองสนุกเข้มข้นและน่าติดตามมาก แม้จะวางตัวเองเป็นหนังตลกเบาสมองก็ตามที แต่กลยุทธ์ต่างๆ รวมถึงวิธีการทำงานเป็นทีมในเรื่องก็เป็นอะไรที่มาจากเรื่องจริง และเป็นการเมืองในแบบคนรุ่นใหม่สนใจต้องดูเลยก็ว่าได้

 

รีวิว The Politician SS2 

ตัวเรื่องทำต่อจากตอนจบซีซั่นแรกที่ค้างไว้ทันที เรื่องของการลงเลือกตั้งแข่งกับ “ดีดี” อดีต สว. นิวยอร์คหลายสมัย ที่ถูกวางตัวไว้ว่าจะลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐต่อไปด้วย เรื่องรวบรัดเวลาให้เหลือแค่เดือนสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ตัดข้ามขั้นช่วงแรกของการหาเสียงของทีมเพย์ตันไปทั้งหมด และก็บอกว่าเขายังมีคะแนนตามหลังอยู่มาก แม้จะพยายามทำทุกอย่างแทบหมดก๊อกแล้ว เรื่องจึงเป็นช่วงโค้งสุดท้ายเดือนเดียวที่สุดวุ่นวายว่าทีมพระเอกจะพลิกกลับมาได้อย่างไร และเพย์ตันเองก็ไม่อยากเล่นเกมการเมืองสกปรกอีกต่อไปแล้ว (จากตอนจบซีซั่นแรกที่รู้ว่าดีดีมีสัมพันธ์สามคนผัวเมีย)

The Politician

ตัวเรื่องยังได้อารมณ์ซีซั่นแรกไม่เปลี่ยน มีความสนุกจิกกัดการเมืองกับศีลธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ ในมุมสถานะของนักการเมืองกับในมุมของมนุษย์ปกติว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องกันแน่ เพย์ตันเองก็เหมือนถูกด้านมืดค่อยๆ เข้าครอบงำหลังรู้ว่าตัวเองมีคะแนนตามหลัง แต่เรื่องก็ไม่ถึงกับดาร์คไปเลยอย่าง House of Cards ซีรีส์การเมืองรุ่นพี่ใน Netflix ตัวเรื่องยังออกแนวตลกเสียดสีกับทุกอย่างที่ตัวละครทุ่มเททำเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง และก็เป็นเรื่องของการปะทะทางความคิดระหว่างคน 2 เจน เหมือนการเมืองในปัจุบันของหลายประเทศตอนนี้

The Politician

แม้ว่าตัวเรื่องซีซั่น 2 จะดูสนุกไม่เปลี่ยน แต่ปัญหาที่เห็นเลยคือบทค่อนข้างรวบรัด จำนวนตอนก็น้อยลง 1 ตอน ตัวเรื่องเล่าเร็วรวบรัดตัดตอนหลายอย่างไปแบบไม่ต้องคิดจะให้สมเหตุผล และมีความย้อนแย้งของการกระทำความคิดตัวเอกเพย์ตันไปมา แถมยังเขียนบทให้หาทางออกง่ายๆ ตัวละครไม่ได้รับบทเรียนหรือมีความรับผิดชอบแบบที่ซีซั่นแรกทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรม แต่มา ss2 กลายเป็นทำเลวก็ได้ดี แล้วก็ละเลยเหตุผลข้อเท็จจริงของการเลือกตั้งบางจุดไปอย่างไม่สมเหตุผล อย่างหีบบัตรเลือกตั้งโดนขโมย แต่ไม่มีการตามหาตรวจสอบอะไรในเรื่องเลย ทั้งๆ ที่รายชื่อคนลงคะแนนกับจำนวนบัตรไม่ตรงกันก็ต้องมีพิรุธแล้ว ซึ่งเรื่องข้ามการอธิบายให้สมเหตุผลไปเลย แถมด้วยวันเวลาการลงเลือกตั้งกับเวลาที่เกิดเรื่องราวในซีซั่นนี้ไม่ค่อยสัมพันธ์กันตามจริง อย่างการให้แฟนนางเอกท้อง ทั้งๆ ที่เรื่องมีเวลาแค่เดือนเดียว และความสัมพันธ์ของตัวละครหลายตัวในช่วงเวลาเดือนเดียวก็ไม่น่าเป็นไปได้ เรื่องจึงมีช่องโหว่บาดแผลของการพยายามยัดอะไรพวกนี้เข้ามาหลายจุด

The Politician

แต่ข้อดีคือเรื่องยังคงอารมณ์ของซีซั่น 1 ไว้หมด ตัวละครทุกตัวกลับมาครบ และก็เพิ่มบทฝั่งแม่ของพระเอกว่าลงเลือกตั้งเหมือนกันที่รัฐอื่น และตัวบทของทีมคู่แข่งพระเอกเองก็มีเรื่องราวน่าสนใจเยอะพอๆ กับทางทีมพระเอกเช่นกัน รวมถึงยังใส่ตอนพิเศษเป็นมุมมองของคนที่ลงคะแนนแบบในซีซั่นแรกมาเหมือนเดิม โดยคราวนี้ใส่มา 2 Gen เป็นแม่กับลูกที่มีมุมมองต่างกันทางการเมือง ซึ่งก็ไม่ต่างจากไทยที่สุดท้ายก็ทะเลาะกันครอบครัวแทบแตกแยก

ตัวเรื่องยังไม่ได้รับไฟเขียวให้ทำ SS3 ต่อ แต่ซีรีส์ก็วางเรื่องไว้ซีซั่นต่อไปแล้วกับการเมืองระดับชาติในตอนจบครับ One-Way to Tomorrow

 

ติดตาม Reviewnung ได้ที่นี่
—————————————————————